นายกรัฐมนตรี ปลื้มผลงานเยือนกาตาร์ ตั้งเป้าเพิ่มพูนการค้าการลงทุนทั้งอาหารและภาคการเกษตร พร้อมจับมือช่วยเป็นตัวกลางประสานโอไอซี ดับไฟใต้ ...
เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ศูนย์แถลงข่าว ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากรัฐกาตาร์ถึงการเดินทางไปเยือนรัฐกาตาร์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย.ว่า ในภาพรวมการกับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ นายกรัฐมนตรีกาตาร์และส่วนอื่นๆ ในเรื่องการตั้งเป้าเพิ่มพูนการค้าการลงทุนทั้งอาหารและภาคการเกษตร ซึ่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ต้องการเข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต่อไปจะมีการเสนอโครงการเลี้ยงสัตว์นำมาสู่อุตสาหกรรมอาหารที่จะส่งออกมายังกาตาร์และตลาดอื่นๆ
นอกจากนี้ที่กาตาร์ ส่วนใหญ่มีแต่การก่อสร้าง ซึ่งอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้คนไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงเป็นอีกลู่ทางที่จะมาทำธุรกิจได้ รวมทั้งเรื่องของคนไทยที่มีหมื่นกว่าคนก็จะมีการขยายกรอบโดยให้บริษัทก่อสร้างนำคนงานเข้ามาเพื่อให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องพลังงานนั้นมีการขายแก๊สและร่วมลงทุน กับปตท.และซีเมนต์ไทย สำหรับเรื่องการเงินที่นี่มีความพร้อมในเรื่องของการลงทุนค่อนข้างเยอะ ซึ่งเขาให้ความสนใจภูมิภาคเอเซียและประเทศไทย ส่วนในเรื่องของการบริการสุขภาพมีทั้งส่วนที่เป็นคนของกาตาร์ไปรักษาพยาบาล ที่ประเทศไทยและมีความต้องการให้โรงพยาบาลของไทยมาบริหารจัดการโรงพยาบาลที่นี่ด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนความร่วมมือการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในฐานะที่กาตาร์มีบทบาทอยู่ในองค์กรมุสลิมโลก(โอไอซี)นั้น กาตาร์ มีส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจทั้งในเวทีโอไอซีและในแง่ของประเทศในแถบนี้ก็ช่วยทำความเข้าใจให้ประเทศไทย ซึ่งเขามีความตั้งใจที่จะช่วยทำความเข้าใจและเข้าใจในแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาในพื้นที่
สำหรับเรื่องของการตั้งเมืองการศึกษา(Education City) เป็นการดึงเอาสถาบันชั้นนำของโลกมาเปิดสอนที่นี่ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาที่มี 4-5 สถาบันที่เข้ามาเปิดหลักสูตร ซึ่งมีการลงทุนมหาศาลและนำไปสู่การต่อยอดเรื่องของการวิจัยและการทำงานเพื่อชุมนุม โดยในส่วนของไทยเองนั้นในเรื่องของการวิจัยกระทรวงวิทยาศาสตร์จะมาทำโครงการความร่วมมือต่อไป อย่างไรก็ตามตนก็เสนอให้กาตาร์ให้การสนับสนุนนำเด็กของประเทศไทยมาเรียนที่นี่ด้วย โดยเฉพาะเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เองตนคิดว่าถ้ามีโอกาสได้มาศึกษาก็น่าจะเป็นประโยชน์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนพึงพอใจการเดินทางมาเยือนกาตาร์ เพราะเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญ กับประเทศนี้และประเทศกาตาร์ ก็เป็นประเทศแรกที่ตนเองมาเยือน ซึ่งตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลคนแรกที่มาเยือนนับตั้งแต่เปิดความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งการตอบรับก็เป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายค่อนข้างที่จะพูดคุยกันง่าย เพราะว่าเห็นความสอดคล้องต้องการถึงความต้องการที่จะผลักดันกันต่อไป
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บินไทยกัดฟันรัดเข็มขัดซะเอวกิ่ว
การบินไทยปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงการบินรวม 3 ไตรมาสที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) ได้แล้ว 10,300 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 11,840 ล้านบาท ... นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า การบินไทยปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับค่าน้ำมันเชื้อเพลิงการบินรวม 3 ไตรมาสที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) ได้แล้ว 10,300 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 11,840 ล้านบาท หรือ 15% ของค่าใช้จ่ายจริงในปี 51 เนื่องจากทุกฝ่ายในการบินไทยได้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ไม่มีผลกระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัยหรือลดคุณภาพของการบริการแต่ย่างใด ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่ปรับลดลง เช่น ค่าใช้จ่ายบุคลากร ลดลง 12.5% เมื่อเทียบกับปี 51 ค่าล่วงเวลารวมทุกฝ่าย ลดลง 47.7% ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับนักบินและลูกเรือ ลดลง 26% ค่าใช้จ่ายด้านการบริหารการจัดการ ลดลง 19.0% ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและโฆษณา ลดลง 19.3% ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการบิน ลดลง 67% ค่าบริการการบินไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิง ลดลง 15.6% ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน ลดลง 21.5% ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เครื่องบิน ลดลง 63.9% นอกจากนี้ แต่ละหน่วยงานได้กำหนดแนวทางปรับลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น คาดว่าลดค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเติม 20.8 ล้านบาทจากการจัดทำโครงการลดค่าใช้จ่ายค่าล่วงเวลาค่าทำงานกะดึก การปรับลดการลงทุนของสถานีต่างจังหวัดและต่างประเทศ การเจรจาขอลดค่าใช้จ่ายค่าโรงแรมและอาหาร กรณีเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เครื่องบินไม่สามารถออกเดินทางได้ ส่วนฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ คาดว่าลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ 39.8 ล้านบาท จากการปรับลดการใช้วัสดุในการปฏิบัติการที่ท่าอากาศยานให้เหมาะสม เช่น การใช้แผ่นพลาสติกคลุมสินค้า การปรับเปลี่ยนการทำงานล่วงเวลา การลดค่าใช้จ่ายด้านการส่งเสริมการขาย รวมถึงการย้ายสำนักงานที่ต้องเช่าการท่าอากาศยาน และเจรจาขอลดค่าเช่าใช้พื้นที่ต่างๆ ด้านสายปฏิบัติการ ได้เจรจาต่อรองราคาโรงแรมที่พักของลูกเรือ โดยระหว่าง มี.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา ลดลง 37.77% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ฝ่ายครัวการบินเปิดประมูลการให้บริการอาหารในสถานีต่างประเทศ 8 สถานีที่ใกล้หมดสัญญา คาดว่าลดค่าใช้จ่าย 15.32 ล้านบาท.
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ครม.ไฟเขียว เปิดตลาด นำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองปี53
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันอังคารที่ 17 พ.ย. เห็นชอบการเปิดตลาดนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง ปี 2553 ตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ตามกรอบองค์การการค้าโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะ รัฐมนตรี(ครม.) วันอังคารที่ 17 พ.ย. เห็นชอบการเปิดตลาดนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง ปี 2553 ตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ตามกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ปริมาณเปิดตลาดและอัตราภาษีนำเข้าไม่จำกัดปริมาณและช่วงเวลานำเข้า อัตราภาษีในโควตา 0 %อัตราภาษีนอกโควตา 80% แตกต่างจากเดิมที่ผูกพันปริมาณในโควตา 10,922 ตัน อัตราภาษีในโควตา 20% นอกโควตา 80% ทั้งนี้ ให้ผู้มีสิทธินำเข้าในโควตารวม 13 ราย คือ 1. สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว 2. สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย 3. สมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ 4. สมาคมปศุสัตว์ไทย 5. สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อเพื่อการส่งออก 6. สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย 7. บริษัท กรีนสปอต จำกัด 8. บริษัท แลคตาซอย จำกัด 9. บริษัท ไทยเทพรสผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 10. บริษัท แดรี่ พลัส จำกัด 11. บริษัท ไทยซิม จำกัด 12. ห้างหุ้นส่วนจำกัดคิดโคเคน 13. สมาคมผู้ค้าสินค้าเกษตรกับประเทศเพื่อนบ้าน และหากมีผู้ยื่นขอสิทธินำเข้ารายใหม่ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการ กำกับ ดูแลเมล็ดถั่วเหลือง และแจ้งคณะกรรมการฯ ทราบ ส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ผู้มีสิทธินำเข้าต้องขึ้นทะเบียน Contract Farming ไว้กับกระทรวงพาณิชย์ การนำเข้าใช้หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO ส่วนภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ปริมาณ นำเข้าในโควตา 10,922 ตัน อัตราภาษีในโควตาร้อยละ 0 นอกโควตาร้อยละ 80.9 การนำเข้าใช้หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO
โฆษณาโอ้อวด อย.ลุยแฉ คนไทยเป็นเหยื่อ
อย. เผย คนไทยตกเป็นเหยื่อโฆษณาอาหาร ยา เครื่องสำอาง และ เครื่องมือแพทย์ โอ้อวดสรรพคุณ เกินจริง โดยภายใน 1 เดือน มีกว่า 100 เรื่อง เตรียมเพิ่มช่องทางร้องเรียนมากขึ้น ...
วันนี้ (18 พ.ย.) นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการเชิงรุก ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัย จากการซื้อการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเพิ่มช่องทางร้องเรียนให้มากขึ้น จากผลงานในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ร้องเรียน จำนวน 87 เรื่อง จำแนกเป็น อาหาร 49 เรื่อง ยา 19 เรื่อง เครื่องสำอาง 10 เรื่อง เครื่องมือแพทย์ 3 เรื่อง วัตถุอันตราย 1 เรื่องเลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของการเฝ้าระวังการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวี ฟรีทีวี อินเตอร์เน็ต วิทยุ และนิตยสาร ตลอด 24 ชั่วโมง ในรอบ 1 เดือน พบการโฆษณาที่สงสัยว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. หรือ โฆษณาเกินจริง จำนวน 125 รายการ แบ่งเป็น การโฆษณาอาหาร 54 รายการ เครื่องสำอาง 42 รายการ ยา 18 รายการ เครื่องมือแพทย์ 10 รายการ และ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท 1 รายการ โดยตัวอย่างกรณีการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทลูกอม ที่อวดอ้างอมแล้วผอมเพรียวได้ดั่งใจ ประเภทยา จากรายการทางเคเบิลทีวี โฆษณาเกินจริงในเนื้อหาที่ว่า เป็นยาบำรุงร่างกาย เป็นยาแผนโบราณ มีสรรพคุณฟื้นฟูตับไต บำรุงระบบเลือดกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ประเภทเครื่องสำอาง โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่า หน้าใสเด้ง ไร้ริ้วรอย มอบความมหัศจรรย์แห่งผิวหน้า ดูอ่อนกว่าวัย นพ.พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับการโฆษณาเกินจริงที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่ตรวจพบทางนิตยสาร มีเนื้อหาย่อว่า เข็มขัดกระชับสัดส่วน มีรังสีอินฟราเรด สามารถทำงานได้เข้าไปลึกถึงไขมันชั้นใน และ มีการนวดเหมือนพายุหมุนไซโคลน และอีกหลายเนื้อหาข้อความที่สื่อถึงการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังฯ อย. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกวัน และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป
วันนี้ (18 พ.ย.) นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการเชิงรุก ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัย จากการซื้อการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเพิ่มช่องทางร้องเรียนให้มากขึ้น จากผลงานในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ร้องเรียน จำนวน 87 เรื่อง จำแนกเป็น อาหาร 49 เรื่อง ยา 19 เรื่อง เครื่องสำอาง 10 เรื่อง เครื่องมือแพทย์ 3 เรื่อง วัตถุอันตราย 1 เรื่องเลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของการเฝ้าระวังการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวี ฟรีทีวี อินเตอร์เน็ต วิทยุ และนิตยสาร ตลอด 24 ชั่วโมง ในรอบ 1 เดือน พบการโฆษณาที่สงสัยว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. หรือ โฆษณาเกินจริง จำนวน 125 รายการ แบ่งเป็น การโฆษณาอาหาร 54 รายการ เครื่องสำอาง 42 รายการ ยา 18 รายการ เครื่องมือแพทย์ 10 รายการ และ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท 1 รายการ โดยตัวอย่างกรณีการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทลูกอม ที่อวดอ้างอมแล้วผอมเพรียวได้ดั่งใจ ประเภทยา จากรายการทางเคเบิลทีวี โฆษณาเกินจริงในเนื้อหาที่ว่า เป็นยาบำรุงร่างกาย เป็นยาแผนโบราณ มีสรรพคุณฟื้นฟูตับไต บำรุงระบบเลือดกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ประเภทเครื่องสำอาง โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่า หน้าใสเด้ง ไร้ริ้วรอย มอบความมหัศจรรย์แห่งผิวหน้า ดูอ่อนกว่าวัย นพ.พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับการโฆษณาเกินจริงที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่ตรวจพบทางนิตยสาร มีเนื้อหาย่อว่า เข็มขัดกระชับสัดส่วน มีรังสีอินฟราเรด สามารถทำงานได้เข้าไปลึกถึงไขมันชั้นใน และ มีการนวดเหมือนพายุหมุนไซโคลน และอีกหลายเนื้อหาข้อความที่สื่อถึงการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังฯ อย. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกวัน และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
นายกชวนโอบามา เยือนไทย ปะหน้าฮุนเซนวันนี้
นายกรัฐมนตรี เล็งเชิญ ประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐอเมริกา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในช่วงปีหน้า ขณะที่ผู้นำอาเซียนหลายชาติห่วงใยปัญหาขัดแย้งไทย - เขมร ปะหน้าฮุนเซน วันนี้ ยังไม่มีการติดต่อขอหารือ ...นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ โดยเปิดเผยว่า ในวันนี้ (15 พ.ย.2552 ) นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมใช้โอกาศช่วงการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐอเมริกา ในการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 1 เชิญผู้นำสหรัฐ มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการใน 2553 ส่วนประเด็นในการหารือกับผู้นำสหรัฐอเมริกา นั้น จะเน้นไปที่ภาพรวมความสัมพันธ์ ระหว่างอาเซียน และสหรัฐอเมริกา การขยายความร่วมมือในแง่ต่าง ๆ สถานการณ์ในภูมิภาค บทบาทของสหรัฐอเมริกา ต่อการเปลี่ยนแปลงนโยายที่มีต่อพม่า ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยหรือไม่นั้น นายปณิธาร กล่าวว่า ก็คงมีการพูดถึงบ้าง หากผู้นำสหรัฐมีการสอบถามกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว แต่จนถึงขณะนี้มีเพียงบรรดาผู้นำชาติอาเซียน หลายคนที่ได้ให้ความสนใจและสอบถามถึง สถานการณ์การณ์ความขัดแย้ง ระหว่าง ไทยและกัมพูชา ในขณะที่ทางนายกรัฐมนตรี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยสันติวิธี แต่อย่างไร ก็ดี ไม่พบว่ามีผู้นำคนใด ที่พยายามออกมาแสดงท่าที ว่า จะขอเข้าเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่อย่างใด ส่วนจะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน หรือไม่นั้น นายปณิธาร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซน เพิ่งจะเดินทางมาถึงประเทศสิงค์โปร์ และจะเข้าร่วมการประชุม สหรัฐอเมริกา - อาเซียน ในเวลา 15.15 น. วันนี้ (15 พ.ย.2552) ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่มีการติดต่อจากทางกัมพูชา มาว่า จะขอหารือเป็นการส่วนตัวกับนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด และเท่าที่ตนเองได้รับทราบ นั้น นายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะเข้าร่วมการประชุมซึ่งจะมีขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง และเมื่อประชุมเสร็จสิ้น ก็จะเดินทางกลับกัมพูชา ทันที
ป้ายกำกับ:
นายกชวนโอบามา เยือนไทย ปะหน้าฮุนเซนวันนี้
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
แฉอีกเล่ห์สปส. ซื้อหุ้นแบงก์ ทำเจ๊งยับ300ล.
ป.ป.ท.พบความผิดปกติการลงทุนของ สปส.เมื่อปี 2549 ในการซื้อหุ้นไทยธนาคาร ทำให้ขาดทุนกว่า 300 ล.เตรียมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง....นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 กล่าวถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการลงทุนของสำนักงานกองทุนประกันสังคม (สปส.) ว่า เบื้องต้นตรวจพบความผิดปกติในการลงทุนซื้อหุ้นไทยธนาคาร (BT) ของ สปส.เมื่อปี 2549 โดยฝ่ายที่ปรึกษา สปส. ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ และผู้เชี่ยวชาญที่ สปส.ว่าจ้างเข้ามา ต่างลงความเห็นพร้อมให้ข้อแนะนำค้านการซื้อหุ้นไทยธนาคารที่ถือว่าแพงเกินไป รวมทั้งเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ ตลาดแคบ จึงไม่เหมาะที่ สปส.ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่จะเข้าไปลงทุน เพราะการทุ่มซื้ออาจมีความผิดในแง่ของการปั่นหุ้นได้ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเหตุใด สปส.จึงตัดสินใจซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยง จนทำให้ สปส.ขาดทุนจากการซื้อหุ้นไทยธนาคารกว่า 300 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเกิดในปี 2549 ไม่เกี่ยวกับผู้บริหาร สปส.ชุดปัจจุบัน และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ป.ป.ท.จึงต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะเทียบเคียงกับกรณีการตรวจสอบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หากพบเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับ 8 ขึ้นไป ป.ป.ท.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ตรวจสอบพบ คือ มีการซื้อหุ้นไทยธนาคารติดต่อกันทุกวัน ในราคาเฉลี่ย 7.90 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม-วันที่ 27 เมษายน 2549 รวมเป็นหุ้นทั้งสิ้น 68 ล้านหุ้น เป็นเงินกว่า 521 ล้านบาท จากนั้น ต้นปี 2552 ไทยธนาคารต้องขายกิจการให้เป็นธนาคารของประเทศมาเลเซีย กลายเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทั้งนี้ รูปแบบการบริหารของ สปส.บอร์ดได้ให้อำนาจผู้บริหารระดับสูง อาทิ เลขาธิการ สปส. รองเลขาธิการ สปส. และฟันด์เมเนเจอร์ หรือผู้จัดการกองทุนที่ สปส.จ้าง ให้มีอำนาจสั่งซื้อหุ้นในกลุ่มที่ สปส.คัดเลือกไว้ โดยการสั่งซื้อหุ้นของแต่ละบุคคลจะมีพาสเวิร์ดเพื่อสั่งซื้อขายหุ้นของ สปส.ในชื่อของตัวเอง แต่จะต้องซื้อขายตามคำแนะนำจากที่ปรึกษา สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น ตรวจสอบเฉพาะการลงทุนหุ้นไทยธนาคารตามการร้องเรียนของคณะกรรมการสมานฉันท์ แรงงานไทย ซึ่งนอกจากหุ้นไทยธนาคารแล้ว ยังมีการร้องขอให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบการลงทุนซื้อหุ้นของ สปส.ในกลุ่มทียูโดม และบริษัทเลห์แมนบาร์เธอร์โฮลดิ้งด้วย.
ป้ายกำกับ:
แฉอีกเล่ห์สปส. ซื้อหุ้นแบงก์ ทำเจ๊งยับ300ล.
วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ฟูจิตสึดัน ETERNUS DX60/DX80 ทางเลือก SMEs
เพื่อการจัดเก็บข้อมูลแบบองค์กรธุรกิจ ชูประสิทธิภาพคุ้มค่าพร้อมลดต้นทุน ด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนระบบตามการใช้งาน ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว...นางสาวจรัณยา อิ่มธนาสาร ผู้อำนวยการฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ล่าสุด ฟูจิตสึประกาศเปิดตัวระบบ ETERNUS DX60/DX80 ด้วยการเชื่อมต่อที่เหมาะสมระหว่างระบบ entry-level disk storage และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แม่ข่าย เพื่อนำเสนอทางเลือกแก่ผู้ประกอบการ ถึง 3 รุ่น ได้แก่ Fibre Channel , iSCSI และ SAS นอกจากนี้ เครื่อง ETERNUS DX80 ยังสนับสนุนอุปกรณ์เชื่อมต่อ Solid State Drives (SSD) ภายในองค์กรธุรกิจ ทำให้รองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ผอ.ฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บ.ฟูจิตสึฯ กล่าวต่อว่า ETERNUS DX60 และ ETERNUS DX80 ถือเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก ด้วยประสิทธิภาพระดับสูงเทียบเท่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้ ETERNUS DX60/DX80 ใช้งานง่าย สะดวกในการจัดการ การปรับแต่ง และมีราคาเหมาะสมที่องค์กรธุรกิจขนาดกลางและเล็กจะสามารถซื้อได้ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องซื้อระบบใหม่เมื่อบริษัทเติบโตน.ส.จรัณยา กล่าวอีกว่า ฟูจิตสึมั่นใจระบบและความน่าเชื่อถือของ ETERNUS DX60/DX80 ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วในราคาที่สามารถสัมผัสได้ ภายใต้ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการที่ต่ำกว่า และง่ายต่อการปรับแต่ง รวมถึง ความสามารถในการประหยัดพลังงาน โดยโมเดล Fiber Channel ของ ETERNUS DX60/DX80 จะช่วยให้ความเร็วในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องและเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ 8 Gigabit ต่อวินาที และทำให้ทุกโมเดลภายในเครื่องดีและรวดเร็วขึ้น พร้อมระบบ interface แบบ graphic มีตัวช่วยในการติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถ activate ระบบการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ โหมดประหยัดพลังงาน ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบลดการใช้งาน disk drives ที่ไม่ได้ใช้งานบางส่วน ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 10% ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ป้ายกำกับ:
ฟูจิตสึดัน ETERNUS DX60/DX80 ทางเลือก SMEs
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)