อย. เผย คนไทยตกเป็นเหยื่อโฆษณาอาหาร ยา เครื่องสำอาง และ เครื่องมือแพทย์ โอ้อวดสรรพคุณ เกินจริง โดยภายใน 1 เดือน มีกว่า 100 เรื่อง เตรียมเพิ่มช่องทางร้องเรียนมากขึ้น ...
วันนี้ (18 พ.ย.) นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการเชิงรุก ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัย จากการซื้อการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยเพิ่มช่องทางร้องเรียนให้มากขึ้น จากผลงานในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ร้องเรียน จำนวน 87 เรื่อง จำแนกเป็น อาหาร 49 เรื่อง ยา 19 เรื่อง เครื่องสำอาง 10 เรื่อง เครื่องมือแพทย์ 3 เรื่อง วัตถุอันตราย 1 เรื่องเลขาธิการ อย. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในส่วนของการเฝ้าระวังการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวี ฟรีทีวี อินเตอร์เน็ต วิทยุ และนิตยสาร ตลอด 24 ชั่วโมง ในรอบ 1 เดือน พบการโฆษณาที่สงสัยว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. หรือ โฆษณาเกินจริง จำนวน 125 รายการ แบ่งเป็น การโฆษณาอาหาร 54 รายการ เครื่องสำอาง 42 รายการ ยา 18 รายการ เครื่องมือแพทย์ 10 รายการ และ วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท 1 รายการ โดยตัวอย่างกรณีการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเว็บไซต์ เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทลูกอม ที่อวดอ้างอมแล้วผอมเพรียวได้ดั่งใจ ประเภทยา จากรายการทางเคเบิลทีวี โฆษณาเกินจริงในเนื้อหาที่ว่า เป็นยาบำรุงร่างกาย เป็นยาแผนโบราณ มีสรรพคุณฟื้นฟูตับไต บำรุงระบบเลือดกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชาย ประเภทเครื่องสำอาง โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณว่า หน้าใสเด้ง ไร้ริ้วรอย มอบความมหัศจรรย์แห่งผิวหน้า ดูอ่อนกว่าวัย นพ.พิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับการโฆษณาเกินจริงที่เกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่ตรวจพบทางนิตยสาร มีเนื้อหาย่อว่า เข็มขัดกระชับสัดส่วน มีรังสีอินฟราเรด สามารถทำงานได้เข้าไปลึกถึงไขมันชั้นใน และ มีการนวดเหมือนพายุหมุนไซโคลน และอีกหลายเนื้อหาข้อความที่สื่อถึงการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังฯ อย. จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกวัน และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
นายกชวนโอบามา เยือนไทย ปะหน้าฮุนเซนวันนี้
นายกรัฐมนตรี เล็งเชิญ ประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐอเมริกา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในช่วงปีหน้า ขณะที่ผู้นำอาเซียนหลายชาติห่วงใยปัญหาขัดแย้งไทย - เขมร ปะหน้าฮุนเซน วันนี้ ยังไม่มีการติดต่อขอหารือ ...นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ โดยเปิดเผยว่า ในวันนี้ (15 พ.ย.2552 ) นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมใช้โอกาศช่วงการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐอเมริกา ในการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 1 เชิญผู้นำสหรัฐ มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการใน 2553 ส่วนประเด็นในการหารือกับผู้นำสหรัฐอเมริกา นั้น จะเน้นไปที่ภาพรวมความสัมพันธ์ ระหว่างอาเซียน และสหรัฐอเมริกา การขยายความร่วมมือในแง่ต่าง ๆ สถานการณ์ในภูมิภาค บทบาทของสหรัฐอเมริกา ต่อการเปลี่ยนแปลงนโยายที่มีต่อพม่า ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยหรือไม่นั้น นายปณิธาร กล่าวว่า ก็คงมีการพูดถึงบ้าง หากผู้นำสหรัฐมีการสอบถามกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว แต่จนถึงขณะนี้มีเพียงบรรดาผู้นำชาติอาเซียน หลายคนที่ได้ให้ความสนใจและสอบถามถึง สถานการณ์การณ์ความขัดแย้ง ระหว่าง ไทยและกัมพูชา ในขณะที่ทางนายกรัฐมนตรี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า จะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยสันติวิธี แต่อย่างไร ก็ดี ไม่พบว่ามีผู้นำคนใด ที่พยายามออกมาแสดงท่าที ว่า จะขอเข้าเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่อย่างใด ส่วนจะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน หรือไม่นั้น นายปณิธาร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซน เพิ่งจะเดินทางมาถึงประเทศสิงค์โปร์ และจะเข้าร่วมการประชุม สหรัฐอเมริกา - อาเซียน ในเวลา 15.15 น. วันนี้ (15 พ.ย.2552) ซึ่งเบื้องต้น ยังไม่มีการติดต่อจากทางกัมพูชา มาว่า จะขอหารือเป็นการส่วนตัวกับนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด และเท่าที่ตนเองได้รับทราบ นั้น นายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะเข้าร่วมการประชุมซึ่งจะมีขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง และเมื่อประชุมเสร็จสิ้น ก็จะเดินทางกลับกัมพูชา ทันที
ป้ายกำกับ:
นายกชวนโอบามา เยือนไทย ปะหน้าฮุนเซนวันนี้
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
แฉอีกเล่ห์สปส. ซื้อหุ้นแบงก์ ทำเจ๊งยับ300ล.
ป.ป.ท.พบความผิดปกติการลงทุนของ สปส.เมื่อปี 2549 ในการซื้อหุ้นไทยธนาคาร ทำให้ขาดทุนกว่า 300 ล.เตรียมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง....นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 กล่าวถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการลงทุนของสำนักงานกองทุนประกันสังคม (สปส.) ว่า เบื้องต้นตรวจพบความผิดปกติในการลงทุนซื้อหุ้นไทยธนาคาร (BT) ของ สปส.เมื่อปี 2549 โดยฝ่ายที่ปรึกษา สปส. ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ และผู้เชี่ยวชาญที่ สปส.ว่าจ้างเข้ามา ต่างลงความเห็นพร้อมให้ข้อแนะนำค้านการซื้อหุ้นไทยธนาคารที่ถือว่าแพงเกินไป รวมทั้งเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ ตลาดแคบ จึงไม่เหมาะที่ สปส.ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่จะเข้าไปลงทุน เพราะการทุ่มซื้ออาจมีความผิดในแง่ของการปั่นหุ้นได้ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเหตุใด สปส.จึงตัดสินใจซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยง จนทำให้ สปส.ขาดทุนจากการซื้อหุ้นไทยธนาคารกว่า 300 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเกิดในปี 2549 ไม่เกี่ยวกับผู้บริหาร สปส.ชุดปัจจุบัน และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ป.ป.ท.จึงต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะเทียบเคียงกับกรณีการตรวจสอบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หากพบเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับ 8 ขึ้นไป ป.ป.ท.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ตรวจสอบพบ คือ มีการซื้อหุ้นไทยธนาคารติดต่อกันทุกวัน ในราคาเฉลี่ย 7.90 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม-วันที่ 27 เมษายน 2549 รวมเป็นหุ้นทั้งสิ้น 68 ล้านหุ้น เป็นเงินกว่า 521 ล้านบาท จากนั้น ต้นปี 2552 ไทยธนาคารต้องขายกิจการให้เป็นธนาคารของประเทศมาเลเซีย กลายเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทั้งนี้ รูปแบบการบริหารของ สปส.บอร์ดได้ให้อำนาจผู้บริหารระดับสูง อาทิ เลขาธิการ สปส. รองเลขาธิการ สปส. และฟันด์เมเนเจอร์ หรือผู้จัดการกองทุนที่ สปส.จ้าง ให้มีอำนาจสั่งซื้อหุ้นในกลุ่มที่ สปส.คัดเลือกไว้ โดยการสั่งซื้อหุ้นของแต่ละบุคคลจะมีพาสเวิร์ดเพื่อสั่งซื้อขายหุ้นของ สปส.ในชื่อของตัวเอง แต่จะต้องซื้อขายตามคำแนะนำจากที่ปรึกษา สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น ตรวจสอบเฉพาะการลงทุนหุ้นไทยธนาคารตามการร้องเรียนของคณะกรรมการสมานฉันท์ แรงงานไทย ซึ่งนอกจากหุ้นไทยธนาคารแล้ว ยังมีการร้องขอให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบการลงทุนซื้อหุ้นของ สปส.ในกลุ่มทียูโดม และบริษัทเลห์แมนบาร์เธอร์โฮลดิ้งด้วย.
ป้ายกำกับ:
แฉอีกเล่ห์สปส. ซื้อหุ้นแบงก์ ทำเจ๊งยับ300ล.
วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ฟูจิตสึดัน ETERNUS DX60/DX80 ทางเลือก SMEs
เพื่อการจัดเก็บข้อมูลแบบองค์กรธุรกิจ ชูประสิทธิภาพคุ้มค่าพร้อมลดต้นทุน ด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนระบบตามการใช้งาน ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว...นางสาวจรัณยา อิ่มธนาสาร ผู้อำนวยการฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ล่าสุด ฟูจิตสึประกาศเปิดตัวระบบ ETERNUS DX60/DX80 ด้วยการเชื่อมต่อที่เหมาะสมระหว่างระบบ entry-level disk storage และเครื่องเซิร์ฟเวอร์แม่ข่าย เพื่อนำเสนอทางเลือกแก่ผู้ประกอบการ ถึง 3 รุ่น ได้แก่ Fibre Channel , iSCSI และ SAS นอกจากนี้ เครื่อง ETERNUS DX80 ยังสนับสนุนอุปกรณ์เชื่อมต่อ Solid State Drives (SSD) ภายในองค์กรธุรกิจ ทำให้รองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ ผอ.ฝ่ายการขายผลิตภัณฑ์ บ.ฟูจิตสึฯ กล่าวต่อว่า ETERNUS DX60 และ ETERNUS DX80 ถือเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก ด้วยประสิทธิภาพระดับสูงเทียบเท่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้ ETERNUS DX60/DX80 ใช้งานง่าย สะดวกในการจัดการ การปรับแต่ง และมีราคาเหมาะสมที่องค์กรธุรกิจขนาดกลางและเล็กจะสามารถซื้อได้ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องซื้อระบบใหม่เมื่อบริษัทเติบโตน.ส.จรัณยา กล่าวอีกว่า ฟูจิตสึมั่นใจระบบและความน่าเชื่อถือของ ETERNUS DX60/DX80 ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วในราคาที่สามารถสัมผัสได้ ภายใต้ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการที่ต่ำกว่า และง่ายต่อการปรับแต่ง รวมถึง ความสามารถในการประหยัดพลังงาน โดยโมเดล Fiber Channel ของ ETERNUS DX60/DX80 จะช่วยให้ความเร็วในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องและเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ 8 Gigabit ต่อวินาที และทำให้ทุกโมเดลภายในเครื่องดีและรวดเร็วขึ้น พร้อมระบบ interface แบบ graphic มีตัวช่วยในการติดตั้ง ทำให้ผู้ใช้สามารถ activate ระบบการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับจากผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ โหมดประหยัดพลังงาน ยังช่วยให้ผู้ดูแลระบบลดการใช้งาน disk drives ที่ไม่ได้ใช้งานบางส่วน ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 10% ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ป้ายกำกับ:
ฟูจิตสึดัน ETERNUS DX60/DX80 ทางเลือก SMEs
วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ชาวนาไม่ขายข้าวให้รัฐ หลังราคาตลาดดีดขึ้น
“พาณิชย์” เผยรัฐเปิดจุดรับจำนำทำราคาข้าวทุกประเภทพุ่งตันละ 200-700 บาท คาดปีนี้ส่งออกข้าวได้ตามเป้าที่ 8.5 ล้านตันเมื่อวันที่ 4 พ.ย.นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีผลผลิตมากใน 18 จังหวัด และมี 48 โรงสี เข้าร่วม ปรากฏว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ได้นำข้าวเปลือกมาขายตามจุดที่เปิดรับ เนื่องจากหลังจากรัฐบาลประกาศเปิดจุดรับซื้อข้าว ทำให้ราคาในตลาดปรับตัวสูงขึ้นทันทีในข้าวทุกประเภท ทั้งข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอม ข้าวเหนียว เฉลี่ย 200-700 บาทต่อตัน ทำให้ราคาข้าวเปลือกในท้องตลาดสูงกว่าราคาอ้างอิงในโครงการประกันรายได้ เกษตรกร ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะมีข้าวเปลือกออกสู่ตลาดกว่า 9 ล้านตัน และเดือนธันวาคม กว่า 10 ล้านตัน“หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ และรัฐบาลยังเปิดจุดรับซื้อ เพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้กรมการค้าภายในตรวจสอบช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องความชื้นและน้ำหนัก เพื่อลดปัญหาพ่อค้ากดราคารับซื้อ” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวนายยรรยง กล่าวอีกว่า แม้ปริมาณข้าวในสตอกเก่ารัฐบาลในขณะนี้จะมี 5.9 ล้านตัน แต่เชื่อว่าจากภาพรวมความต้องการข้าวจากต่างประเทศปีนี้จะสามารถส่งออกข้าว ได้ตามเป้าหมาย 8.5 ล้านตัน และปีหน้าคาดว่าจะส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน ซึ่งในต้นปีหน้าถือว่าตลาดข้าวเป็นของผู้ขาย เพราะตลาด
ป้ายกำกับ:
ชาวนาไม่ขายข้าวให้รัฐ หลังราคาตลาดดีดขึ้น
“กรณ์” ยัน ยังไม่พบการเมืองเกี่ยวข้องข่าวลือทุบหุ้น
รมว.คลัง ลั่นให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่เต็มที่หากเจอคนผิด ระบุขณะนี้ยังไม่การเมืองเข้าเกี่ยวข้อง ชี้ไม่ต้องเพิ่มมาตรการควบคุมหากดัชนีฯผันผวน เพราะหากดัชนีปรับลงกว่า 10% จะหยุดขายชั่วคราวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ ปล่อยข่าวลืออัปมงคล ส่งผลให้ดัชนีหุ้นลดลงอย่างหนักช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแต่ อย่างใดนายกรณ์ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ หากพบผู้กระทำผิดก็ดำเนินการได้ตามกฎหมายทันที ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อหาข้อเท็จจริงดัง กล่าว ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสมเจตน์ อิทธิวรกุล เป็นผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยข่าวลือนั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทำโดยชอบต่อกฎหมาย อีกทั้งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าในอนาคตหากมีผู้กระทำผิดคล้ายกับกรณี ดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีสำหรับการดำเนินคดีของผู้ต้องสงสัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่ามีความผิดที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนต่อไป ซึ่งในอดีต การปล่อยข่าวลือที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่สามารถจับกุมผู้ กระทำผิดได้ แต่ครั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาผู้กระทำผิดได้ แสดงว่าเจ้าหน้าที่มีความตั้งใจที่จะค้นหาข้อเท็จจริง อีกทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงของนักลงทุนในอนาคต เพราะได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินคดีตามกฎหมายนายกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่มีโบรกเกอร์ต่างชาติมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยข่าวลือ โดยพบหลักฐานเป็น 2 บัญชีที่มีการซื้อขายในต่างประเทศ ว่า ก.ล.ต. ได้รายงานว่า เป็นในส่วนของกองทุนที่ซื้อขายผิดปกติ แต่ขณะนี้รัฐบาลจะเน้นการเอาผิดผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือมากกว่าที่จะเอาผิดคน ซื้อขาย เนื่องจากต้องรอ ก.ล.ต. ตรวจสอบเชิงลึกว่าการซื้อขายที่ผิดปกติเชื่อมโยงกับการปล่อยข่าวลือหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการเข้ามาควบคุมหากดัชนีเกิดการผันผวน เนื่องจากปัจจุบันมีมาตรการที่คอยรักษาเสถียรภาพเพียงพออยู่แล้ว โดยเฉพาะมาตรการหยุดซื้อขายครั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) โดยหากดัชนีปรับตัวลดลงร้อยละ 10 ตลาดจะหยุดการซื้อขายโดยอัตโนมัติ เพื่อหาข้อเท็จจริงชี้แจงต่อนักลงทุน และยังเป็นการควบคุมการตื่นตระหนกของนักลงทุนส่วนหนึ่งด้วย
ค่ายยางสามเจ้า ปฏิเสธหนุน ให้ขาซิ่งฟอร์มูลาวัน
โดย มิชลิน เป็นค่ายแรกที่ออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่คิดหวนกลับสู่วงการฟอร์มูลาวันอีกครั้ง ส่วนค่ายยางอิตาลีอย่าง พิเรลลี ก็ไม่เอาด้วย ขณะที่ กู๊ดเยียร์ แบ่งรับแบ่งสู้ ขอไปศึกษารายละเอียดก่อนตัดสิน ใจสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้(4พ.ย.) ความเคลื่อนไหวของวงการฟอร์มูลาวัน ในการตามหาผู้ให้การสนับสนุนยางสำหรับการแข่งขันในฤดูกาลหน้า หลังบริดจ์สโตน ประกาศถอนการสนับสนุนยางให้กบการแข่งขันตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นไปล่าสุดมีข่าวว่า สองค่ายยางยักษ์ใหญ่จากทางฝั่งสหรัฐฯอย่าง กู๊ดเยียร์ และ มิชลิน ค่ายยางจากฝรั่งเศส ให้ความสนใจที่จะสนับสนุนยางให้กับการแข่งฟอร์มูลาวัน ต่อจากบริษัทยางค่ายญี่ปุ้นแต่ล่าสุด โฆษกของบริษัทยางทั้งสองค่าย เริ่มจากทางฝั่งค่ายฝรั่งเศส มิชลิน ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า บริษัทยังไม่ได้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาสนับสนุนอีกครั้ง หลังเพิ่งถอนการสนับสนุนออกไปจากวงการซิ่งนี้เพียง 3 ปี ส่วนค่ายฝั่งอเมริกา โดยเอ็ด มาร์คีย์ กล่าวว่า "ทางบริษัท ยังไม่มีโครงการทีจะเข้าไปสนับสนุนยางให้วงการฟอร์มูลาวันในขณะนี้"โฆษก กู๊ดเยียร์ กล่าวต่อ "อย่างไรก็ตาม เราจะทำการศึกษาโอกาสที่จะเข้าไปให้การสนับสนุนเช่นกัน แต่ต้องดูกลยุทธ์และเป้าหมายการตลาดของทางค่ายก่อน ทุกอย่างที่ตัดสินใจลงไป อยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก"ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ค่ายยางยักษ์ใญ่จากอิตาลีอย่าง พิเรลลี ก็แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าไม่สนใจที่จะเข้ามาสนับสนุนยางให้กับวงการฟอร์มูลาวันเช่นกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)